การติดตามชมการถ่ายทอดสดหรือการก้าวเข้าสู่สนามกอล์ฟครั้งแรก อาจเต็มไปด้วยความสับสนหากยังไม่คุ้นเคยกับภาษาเฉพาะทางของวงการ การรวบรวมคำศัพท์กอล์ฟในคู่มือฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อไขข้อข้องใจว่าแฮนดิแคป พาร์ เบอร์ดี้ คืออะไร พร้อมแจกแจงศัพท์กอล์ฟ ความหมายที่แม่นยำ และรวบรวมคำศัพท์ตีกอล์ฟ ภาษาอังกฤษ แปลไทยแบบจัดหมวดหมู่ชัดเจน ทั้งคำศัพท์เทคนิค ช็อตการเล่น สภาพสนาม อุปกรณ์ และคำสแลงที่แคดดี้ใช้สื่อสาร เพื่อให้เป็นคลังความรู้สำหรับผู้เริ่มต้นและแฟนกีฬาที่ต้องการดูการแข่งขันได้อย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น
Table of Contents
ความสำคัญของการเรียนรู้คำศัพท์กอล์ฟสากล
กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี คำศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีรากฐานมาจากภาษาอังกฤษและสก็อตติชโบราณ การเข้าใจความหมายที่ถูกต้องไม่ได้ช่วยเพียงแค่การพูดคุยกับเพื่อนร่วมก๊วน แต่ยังส่งผลต่อการปฏิบัติตามกฎกติกา มารยาท และการวางแผนกลยุทธ์การเล่น
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อกำหนด กฎระเบียบคำนิยามสากลของคำศัพท์ต่างๆ เพิ่มเติม สามารถอ้างอิงข้อมูลทางการได้จาก The R&A Official Rules of Golf ซึ่งเป็นองค์กรผู้บัญญัติและดูแลกฎกติกาการเล่นกอล์ฟระดับโลก
หมวดที่ 1: การนับคะแนนและระบบแต้มต่อ (Scoring & Handicapping)
หมวดพื้นฐานที่ต้องใช้บันทึกผลลงบนสกอร์การ์ดและฟังผู้บรรยายทางโทรทัศน์
-
Par (พาร์): จำนวนครั้งการตีมาตรฐานที่กำหนดไว้ในแต่ละหลุม เช่น หลุมพาร์ 3, พาร์ 4 หรือพาร์ 5
-
Birdie (เบอร์ดี้): การทำคะแนนได้ดีกว่าพาร์ 1 สโตรก (ตีจบด้วยจำนวนครั้งน้อยกว่าพาร์ 1 ครั้ง)
-
Eagle (อีเกิล): การทำคะแนนได้ดีกว่าพาร์ 2 สโตรก
-
Albatross / Double Eagle (อัลบาทรอส / ดับเบิลอีเกิล): การทำคะแนนได้ดีกว่าพาร์ 3 สโตรก (พบบ่อยในหลุมพาร์ 5 ที่ตี 2 ช็อตลงหลุม)
-
Condor (คอนดอร์): การทำคะแนนได้ดีกว่าพาร์ 4 สโตรก (เช่น การทำโฮลอินวันในหลุมพาร์ 5) ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากมากในประวัติศาสตร์
-
Bogey (โบกี้): การทำคะแนนเกินพาร์ 1 สโตรก
-
Double Bogey (ดับเบิลโบกี้): การทำคะแนนเกินพาร์ 2 สโตรก
-
Triple Bogey (ทริปเปิลโบกี้): การทำคะแนนเกินพาร์ 3 สโตรก
-
Even Par (อีเวนพาร์): สกอร์รวมที่เท่ากับจำนวนพาร์มาตรฐานพอดี (มักใช้สัญลักษณ์ E)
-
Over Par (โอเวอร์พาร์): จำนวนคะแนนรวมที่เกินกว่าแต้มพาร์มาตรฐาน (แสดงด้วยเครื่องหมายบวก เช่น +2)
-
Under Par (อันเดอร์พาร์): จำนวนคะแนนรวมที่น้อยกว่าแต้มพาร์มาตรฐาน (แสดงด้วยเครื่องหมายลบ เช่น -3)
-
Handicap (แฮนดิแคป): แต้มต่อที่ใช้วัดระดับฝีมือของนักกอล์ฟ เพื่อให้นักกอล์ฟที่มีฝีมือต่างกันสามารถแข่งขันร่วมกันได้อย่างสูสี
-
Scratch Golfer (สแครตช์ กอล์ฟเฟอร์): นักกอล์ฟฝีมือระดับสูงที่มีแต้มต่อเท่ากับศูนย์ (0) ตีจบประมาณอีเวนพาร์เป็นประจำ
-
Gross Score (กรอสสกอร์): คะแนนดิบรวมทั้งหมดที่ตีได้จริงในรอบนั้น โดยยังไม่ได้หักแต้มต่อ
-
Net Score (เน็ตสกอร์): คะแนนสุทธิหลังนำคะแนนดิบมาหักลบด้วยแต้มต่อของผู้เล่น
-
Stroke Play (สโตรกเพลย์): รูปแบบการแข่งขันที่นับจำนวนครั้งการตีรวมตลอดทั้งรอบ ผู้ที่ตีน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ
-
Match Play (แมตช์เพลย์): รูปแบบการแข่งขันที่นับคะแนนแพ้ชนะกันเป็นรายหลุม ฝ่ายที่ชนะจำนวนหลุมมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ
-
Gimme (กิมมี่): การยอมรับว่าลูกกอล์ฟอยู่ใกล้หลุมมากจนผู้เล่นอีกฝ่ายให้สิทธิเก็บลูกโดยไม่ต้องพัตต์ (นับเพิ่มอีก 1 แต้ม) นิยมใช้ในแมตช์เพลย์หรือการเล่นกระชับมิตร
-
Hole-in-One / Ace (โฮลอินวัน / เอซ): การตีลูกจากแท่นทีออฟครั้งเดียวลงหลุม มักเกิดขึ้นในหลุมพาร์ 3
-
Air Shot / Whiff (แอร์ช็อต / วิฟฟ์): การเหวี่ยงไม้ด้วยความตั้งใจจะตีลูก แต่หน้าไม้ไม่โดนลูกกอล์ฟเลย ซึ่งตามกฎถือว่านับเป็น 1 สโตรก
หมวดที่ 2: สภาพสนามและสิ่งกีดขวาง (Course & Hazards)
คำศัพท์เกี่ยวกับภูมิประเทศและพื้นที่ต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วทั้ง 18 หลุม
-
Tee Box / Teeing Area (แท่นทีออฟ): พื้นที่เริ่มต้นสำหรับการตีช็อตแรกของแต่ละหลุม มีหมุดสีระบุระยะแบ่งตามเพศและฝีมือ
-
Fairway (แฟร์เวย์): พื้นที่หญ้าตัดสั้นเรียบระหว่างแท่นทีออฟกับกรีน ออกแบบมาเพื่อให้ตีช็อตต่อไปได้ง่ายที่สุด
-
Rough (รัฟ): แนวหญ้าตัดยาวหรือหญ้าธรรมชาติที่ขนาบข้างแฟร์เวย์ ตีลูกออกได้ยากกว่าปกติ
-
Green / Putting Green (กรีน): พื้นที่หญ้าตัดสั้นและเรียบเนียนที่สุดรอบหลุมกอล์ฟ ใช้สำหรับเล่นช็อตพัตต์
-
Fringe / Collar (ฟรินจ์ / คอลลาร์): ขอบหญ้าตัดสั้นที่ล้อมรอบกรีน มีความยาวมากกว่าหญ้าบนกรีนเล็กน้อย
-
Bunker (บังเกอร์): หลุมทรายหรืออุปสรรคทรายที่สร้างขึ้นเพื่อดักช็อตที่ผิดพลาด
-
Greenside Bunker (กรีนไซด์ บังเกอร์): บังเกอร์ทรายที่ตั้งอยู่ชิดติดกับขอบกรีน
-
Fairway Bunker (แฟร์เวย์ บังเกอร์): บังเกอร์ทรายที่ตั้งอยู่ตามแนวแฟร์เวย์เพื่อดักช็อตทีออฟ
-
Penalty Area (พื้นที่ปรับโทษ): อุปสรรคน้ำ บ่อน้ำ หรือป่ารกทึบ มีเสาหรือเส้นสีแดงหรือสีเหลืองบอกขอบเขต หากตีเข้าไปต้องดรอปและเสียแต้มปรับโทษ
-
Out of Bounds / OB (เขตโอบี): พื้นที่นอกเขตสนามที่ไม่อนุญาตให้เล่น แสดงด้วยเสาหรือเส้นสีขาว ต้องตีใหม่จากจุดเดิมพร้อมเสีย 1 สโตรก
-
Dogleg (ด็อกเลก): ลักษณะของหลุมที่แฟร์เวย์หักเลี้ยวไปทางซ้ายหรือขวาคล้ายข้อศอกสุนัข
-
Pin / Flagstick (คันธง): เสาพร้อมธงที่ปักอยู่ในหลุมบนกรีนเพื่อบอกตำแหน่งของหลุมจากระยะไกล
-
Cup / Hole (หลุมกอล์ฟ): หลุมทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.25 นิ้ว บนกรีน
-
Divot (ดิวอท): รอยหญ้าที่หลุดกระเด็นออกไปจากการตีช็อตอิมแพกต์ลงบนพื้น
-
Ball Mark / Pitch Mark (รอยลูกตก): รอยบุ๋มบนผิวกระดานกรีนที่เกิดจากลูกกอล์ฟตกลงมาจากที่สูง ต้องใช้ที่ซ่อมรอยจัดระเบียบหญ้าให้เรียบดังเดิม
-
Grain (เกรนหญ้า): ทิศทางการเอนนอนของใบหญ้าบนกรีน ซึ่งส่งผลต่อความเร็วและทิศทางการกลิ้งของลูกพัตต์
-
Undulation (อันดูเลชัน): ลอนคลื่น ความโค้งนูน หรือความลาดเอียงบนพื้นผิวแฟร์เวย์และกรีน
-
Cart Path (ทางรถกอล์ฟ): ถนนคอนกรีตหรือยางมะตอยสำหรับรถกอล์ฟวิ่ง ถือเป็นสิ่งกีดขวางที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้สิทธิ์ดรอปฟรีโดยไม่เสียแต้ม
-
Ground Under Repair / GUR (พื้นที่ซ่อมแซม): พื้นที่สนามที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง ได้รับการยกเว้นให้ดรอปลูกออกมาเล่นนอกเขตได้ฟรี
-
Front Nine / Out (เก้าหลุมแรก): หลุม 1 ถึงหลุม 9 ของสนาม
-
Back Nine / In (เก้าหลุมหลัง): หลุม 10 ถึงหลุม 18 ของสนาม
หมวดที่ 3: วงสวิง ช็อตการเล่น และวิถีลูก (Swings & Ball Flights)
คำศัพท์อธิบายการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทิศทางที่ลูกพุ่งไปในอากาศ และประเภทของช็อต
-
Address (แอดเดรส): ท่ายืนเตรียมพร้อมจัดตำแหน่งร่างกายและจรดหน้าไม้ไว้หลังลูกก่อนเริ่มสวิง
-
Backswing (แบ็กสวิง): จังหวะการยกและหมุนไม้กอล์ฟขึ้นจากพื้นไปยังจุดสูงสุดด้านหลัง
-
Downswing (ดาวน์สวิง): จังหวะเหวี่ยงไม้ลงมาจากจุดสูงสุดเพื่อเข้าปะทะลูก
-
Impact (อิมแพกต์): เสี้ยววินาทีที่หน้าไม้กระทบเข้ากับลูกกอล์ฟ
-
Follow-Through (ฟอลโลว์ทรู): การเหวี่ยงไม้อย่างต่อเนื่องหลังจุดกระทบไปจนจบวงสวิง
-
Drive (ไดรฟ์): การตีช็อตแรกจากแท่นทีออฟด้วยหัวไม้ 1 เพื่อทำระยะทางให้ไกลที่สุด
-
Approach Shot (แอปโพรช ช็อต): ช็อตตีจากแฟร์เวย์หรือรัฟเพื่อส่งลูกขึ้นไปตกบนกรีน
-
Chip (ชิป): การตีลูกสั้นข้างกรีนให้ลูกลอยต่ำเพียงเล็กน้อยแล้วกลิ้งยาวเข้าหาหลุม
-
Pitch (พิตช์): การตีลูกข้างกรีนให้ลอยโด่งขึ้นสูง ตกบนกรีนแล้วหยุดเร็ว
-
Flop Shot (ฟล็อป ช็อต): ช็อตเปิดหน้าไม้เวดจ์เพื่อส่งลูกให้ลอยสูงชันมากและหยุดทันทีแทบไม่กลิ้ง ใช้ข้ามบังเกอร์ทรายสูง
-
Putt (พัตต์): การตีลูกบนกรีนด้วยพัตเตอร์เพื่อให้ลูกกลิ้งเรียบไปตามพื้นลงสู่หลุม
-
Fade (เฟด): วิถีลูกที่ลอยพุ่งตรงแล้วค่อยๆ เลี้ยวโค้งเบาๆ ไปทางขวาในตอนท้าย (สำหรับนักกอล์ฟถนัดขวา)
-
Draw (ดรอว์): วิถีลูกที่ลอยพุ่งตรงแล้วค่อยๆ เลี้ยวโค้งเบาๆ ไปทางซ้ายในตอนท้าย เป็นช็อตที่ทำระยะได้ดี
-
Slice (สไลซ์): ความผิดพลาดที่ลูกกอล์ฟเลี้ยวโค้งขวาอย่างรุนแรงจนตกออกนอกทิศทางเป้าหมาย
-
Hook (ฮุก): ความผิดพลาดที่ลูกกอล์ฟเลี้ยวโค้งซ้ายอย่างรุนแรงและมักคุมระยะตกไม่ได้
-
Push (พุช): ลูกที่พุ่งตรงออกไปทางขวาของเป้าหมายทันทีตั้งแต่จุดเริ่มต้นโดยไม่เลี้ยว
-
Pull (พูล): ลูกที่พุ่งตรงออกไปทางซ้ายของเป้าหมายทันทีตั้งแต่จุดเริ่มต้นโดยไม่เลี้ยว
-
Shank (แชงค์): ช็อตตีโดนบริเวณคอไม้ (Hosel) ทำให้ลูกพุ่งเฉียงออกด้านข้างในมุมที่ควบคุมไม่ได้
-
Fat / Chunk (ตีหลังลูก): หน้าไม้กระแทกลงบนพื้นดินก่อนถึงตัวลูก ทำให้ดินกระจุยและลูกลอยไปได้ไม่ไกล
-
Thin / Top (ตีท็อปลูก): สันหน้าไม้กระทบโดนครึ่งบนของลูก ทำให้ลูกพุ่งเลียดพื้นหรือวิ่งไปตามดิน
-
Backspin (แบ็กสปิน): อัตราการหมุนถอยหลังของลูกกอล์ฟ ช่วยให้ลูกลอยเกาะอากาศและตกหยุดหรือถอยหลังบนกรีน
-
Topping (ท็อปปิ้ง): การตีโดนส่วนหัวของลูกกอล์ฟ ทำให้ลูกไม่ยอมลอยขึ้นสู่อากาศ
-
Lag Putt (แล็กพัตต์): การพัตต์ระยะไกลโดยตั้งเป้าให้ลูกไปหยุดใกล้ปากหลุมเพื่อแท็ปอินง่ายๆ ในช็อตถัดไป แทนการหวังผลลงหลุมโดยตรง
หมวดที่ 4: อุปกรณ์และเทคโนโลยีไม้กอล์ฟ (Clubs & Equipment)
คำศัพท์เกี่ยวกับชิ้นส่วน โครงสร้าง และสเปกของอุปกรณ์กอล์ฟ
-
Driver (ไดรเวอร์): หัวไม้ 1 ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและตีได้ระยะไกลที่สุดในถุงกอล์ฟ
-
Fairway Wood (หัวไม้แฟร์เวย์): ไม้หัวโตขนาดเล็กรองจากไดรเวอร์ (เช่น ไม้ 3, ไม้ 5) ใช้ตีจากแฟร์เวย์ระยะไกล
-
Hybrid / Rescue (ไฮบริด / เรสคิว): ไม้กอล์ฟลูกผสมระหว่างหัวไม้และเหล็ก ตีง่าย ชดเชยข้อผิดพลาดได้ดีในรัฟ
-
Irons (ชุดเหล็ก): ไม้ที่มีหัวเป็นแผ่นเหล็ก (เบอร์ 4 ถึง 9) ใช้สำหรับคุมระยะทางและทิศทางเข้าสู่กรีน
-
Wedges (เวดจ์): เหล็กที่มีองศาหน้าไม้สูงเป็นพิเศษ เช่น Pitching Wedge, Sand Wedge และ Lob Wedge ใช้เล่นรอบกรีนและระเบิดทราย
-
Putter (พัตเตอร์): ไม้กอล์ฟหน้าเรียบ ใช้สำหรับเล่นบนกรีน
-
Shaft (ก้านไม้กอล์ฟ): ท่อก้านที่เชื่อมต่อระหว่างกริปกับหัวไม้ มีทั้งวัสดุเหล็ก (Steel) และคาร์บอนไฟเบอร์ (Graphite)
-
Flex (ความแข็งก้าน): ค่าความยืดหยุ่นของก้านไม้ เช่น L (Ladies), A/R (Regular), S (Stiff) และ X (Extra Stiff)
-
Grip (กริป): ปลอกยางหรือหนังที่สวมอยู่ส่วนบนสุดของก้านสำหรับจับถือ หรือหมายถึงรูปแบบการประสานมือจับไม้
-
Loft Angle (องศาหน้าไม้): มุมเอียงของหน้าไม้เมื่อเทียบกับแนวตั้ง ยิ่งองศาสูงลูกยิ่งลอยโด่งแต่ได้ระยะสั้นลง
-
Lie Angle (มุมแนบพื้น): มุมระหว่างแกนของก้านไม้กับพื้นดินเมื่อจรดหัวไม้ราบกับพื้นอย่างถูกต้อง
-
Sweet Spot (สวีตสปอต): จุดกึ่งกลางหน้าไม้ที่ถ่ายทอดพลังงานไปยังลูกกอล์ฟได้สมบูรณ์และนุ่มนวลที่สุด
-
MOI – Moment of Inertia (ค่าต้านทานการบิดตัว): ค่าความเสถียรของหัวไม้ ยิ่งมีค่าสูง หัวไม้จะไม่บิดง่ายเมื่อตีไม่เข้ากลางหน้าไม้
-
Center of Gravity / CG (จุดศูนย์ถ่วง): ตำแหน่งศูนย์ถ่วงน้ำหนักภายในหัวไม้ มีผลต่อมุมเหินและอัตราสปิน
-
Tee (ทีตั้งลูก): หมุดไม้หรือพลาสติกขนาดเล็กที่ใช้รองรับลูกกอล์ฟสำหรับการตีช็อตแรกบนแท่นทีออฟ
-
Launch Monitor (ลอนช์มอนิเตอร์): เครื่องมือเรดาร์หรือกล้องความเร็วสูงสำหรับตรวจวัดข้อมูลความเร็ว สปิน และมุมปะทะ
หมวดที่ 5: กฎกติกา ธรรมเนียม และคำสแลงแคดดี้ (Rules, Etiquette & Caddy Slang)
คำศัพท์แคดดี้ในสนามกอล์ฟ และคำศัพท์ทั่วไปในการสื่อสารเพื่อความปลอดภัยและความเข้าใจร่วมกัน
-
Fore! (ฟอร์!): เสียงตะโกนเตือนภัยสากลที่ต้องเปล่งเสียงดังทันทีเมื่อตีลูกผิดทิศทางไปยังกลุ่มคนข้างหน้า
-
Honor (ออนเนอร์): สิทธิในการได้ตีช็อตแรกบนแท่นทีออฟ มอบให้แก่ผู้ที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดในหลุมก่อนหน้า
-
Provisional Ball (ลูกสำรอง): การตีลูกลูกที่สองสำรองไว้ทันทีจากจุดเดิม หากสงสัยว่าลูกแรกอาจจะตกน้ำ หาย หรือออกนอกเขตโอบี
-
Drop (ดรอป): การปล่อยลูกกอล์ฟจากระดับหัวเข่าลงสู่พื้นเพื่อเริ่มเล่นต่อตามสถานการณ์ที่กฎกำหนด
-
Unplayable Ball (ลูกเล่นต่อไม่ได้): การประกาศใช้สิทธิตามกฎเมื่อลูกตกในตำแหน่งที่ตีต่อไม่ได้ เช่น ซอกหิน โดยยอมเสีย 1 แต้มปรับโทษเพื่อนำลูกออกมาดรอป
-
Free Relief (การผ่อนปรนฟรี): การได้รับสิทธิ์เคลื่อนย้ายลูกกอล์ฟมาดรอปเล่นใหม่โดยไม่เสียแต้มปรับโทษ เช่น ลูกจมบนทางรถกอล์ฟหรือพื้นที่น้ำขังชั่วคราว
-
Ready Golf (เรดดี้กอล์ฟ): แนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมให้ใครที่พร้อมก่อนสามารถตีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเรียงลำดับ ช่วยประหยัดเวลาการเล่น
-
Green Fee (กรีนฟี): ค่าบริการผ่านเข้าใช้สนามกอล์ฟ
-
Caddy Fee (ค่าแคดดี้): ค่าบริการพนักงานดูแลถุงกอล์ฟที่ต้องชำระให้กับทางสนาม
-
Mulligan (มัลลิแกน): คำสแลงการอนุญาตให้ตีช็อตแรกใหม่โดยไม่นับแต้มปรับโทษ นิยมเล่นในก๊วนเพื่อนแต่ผิดกฎการแข่งขันทางการ
-
Sandbagger (แซนด์แบ็กเกอร์): คำสแลงเรียกนักกอล์ฟที่จงใจแจ้งแต้มต่อตนเองให้สูงเกินจริง เพื่อหวังชิงเปรียบเทียบแต้มสุทธิในการชิงรางวัล
-
Dormie (ดอร์มี่): สถานการณ์ในการแข่งแมตช์เพลย์ที่ฝ่ายนำมีคะแนนนำอยู่เท่ากับจำนวนหลุมที่เหลือพอดี (เช่น นำ 3 อัป ขณะเหลือ 3 หลุม) ทำให้ไม่มีโอกาสแพ้
-
Up and Down (อัปแอนด์ดาวน์): การเก็บแต้มพาร์ได้สำเร็จด้วยการเล่นเพียง 2 ช็อตจากนอกกรีน (ชิปขึ้นกรีน 1 ครั้ง และพัตต์ลงหลุม 1 ครั้ง)
-
Three-Putt (ทรีพัตต์): ความผิดพลาดในการใช้ช็อตพัตต์บนกรีนถึง 3 ครั้งกว่าลูกจะลงหลุม
-
ไล / ไลน์ (Lie & Line): ไล (Lie) คือลักษณะที่ลูกวางตัวอยู่บนพื้นหญ้า ส่วนไลน์ (Line) คือแนววิถีการกลิ้งของลูกบนกรีนเข้าหาปากหลุม
-
ตามเกรน / ย้อนเกรน: คำที่แคดดี้ใช้บอกทิศทางหญ้าบนกรีน ตามเกรนทำให้ลูกพัตต์กลิ้งเร็วและไหลไกล ส่วนย้อนเกรนจะทำให้ลูกกลิ้งช้าและฝืด
-
ตกน้ำ: คำสแลงสั้นๆ เมื่อลูกกอล์ฟพุ่งเข้าสู่อุปสรรคน้ำ
-
กินซ้าย / กินขวา: คำที่แคดดี้ใช้อธิบายความลาดชันของกรีน เช่น “พัตต์ลูกนี้กินซ้ายเล็กน้อย” หมายถึงลูกจะเลี้ยวหักโค้งไปทางซ้ายตามสโลป
-
สะบัดธง: การที่ลูกกอล์ฟพุ่งเข้าชนเสาธงอย่างจัง
-
แท็ปอิน (Tap-in): การพัตต์ลูกในระยะสั้นมากเพียงไม่กี่นิ้วจากปากหลุม
สรุปเปรียบเทียบคำศัพท์สกอร์พบบ่อยในหน้าจอถ่ายทอดสด
เพื่อให้จำรูปแบบแต้มบนหน้าจอกราฟิกของทัวร์นาเมนต์ได้ง่าย สามารถดูภาพรวมเปรียบเทียบได้ดังนี้
|
คำศัพท์ทางการ |
ความหมายทางสถิติ |
สัญลักษณ์บนหน้าจอทีวี |
|---|---|---|
|
Albatross |
-3 (ต่ำกว่าพาร์ 3 สโตรก) |
วงกลมซ้อน 2 ชั้น หรือแถบสีเหลือง/ทอง |
|
Eagle |
-2 (ต่ำกว่าพาร์ 2 สโตรก) |
วงกลม 2 ชั้น |
|
Birdie |
-1 (ต่ำกว่าพาร์ 1 สโตรก) |
วงกลม 1 ชั้น |
|
Par |
0 (เท่ากับพาร์มาตรฐาน) |
ไม่มีวงล้อมรอบ หรือแสดงตัวเลขธรรมดา |
|
Bogey |
+1 (เกินพาร์ 1 สโตรก) |
สี่เหลี่ยม 1 ชั้น |
|
Double Bogey |
+2 (เกินพาร์ 2 สโตรก) |
สี่เหลี่ยม 2 ชั้น |
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
ทำไมชื่อเรียกคะแนนที่ดีกว่าพาร์ จึงใช้ชื่อสัตว์ปีกทั้งหมด (Birdie, Eagle, Albatross)
ที่มาเริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยคำสแลงยุคนั้นมักใช้คำว่า “Bird” เพื่อยกย่องสิ่งยอดเยี่ยม ช็อตที่ตีได้ดีจนทำคะแนนได้ต่ำกว่าพาร์จึงถูกเรียกว่า “Birdie” หลังจากนั้น เมื่อมีการทำคะแนนที่ดีขึ้นไปอีกระดับ ผู้เล่นจึงนำชื่อนกที่มีขนาดใหญ่ ทรงพลัง และหาพบได้ยากขึ้นมาเปรียบเทียบตามลำดับ นั่นคือ นกอินทรี (Eagle) และ นกอัลบาทรอส (Albatross)
คำว่า Handicap ยิ่งมีตัวเลขน้อย แปลว่าตีกอล์ฟเก่งหรือไม่
ถูกต้อง ตัวเลขแฮนดิแคปสะท้อนถึงจำนวนสโตรกเฉลี่ยที่ผู้เล่นคนนั้นตีเกินพาร์มาตรฐาน ยิ่งตัวเลขน้อยแสดงว่ามีฝีมือดีและสม่ำเสมอ เช่น ผู้ที่มีแฮนดิแคป 5 จะตีเฉลี่ยเกินพาร์เพียง 5 ครั้งต่อรอบ หากมีแฮนดิแคปเป็น 0 เรียกว่า Scratch Golfer และหากแฮนดิแคปติดลบ (เช่น +2) จะเรียกว่า Plus Handicap ซึ่งมีฝีมือระดับนักกอล์ฟแข่งขันหรือโปรอาชีพ
ลูกกอล์ฟตกน้ำ ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างไร เสียกี่แต้ม
เมื่อลูกตกเข้าเขตโทษสีแดงหรือเหลือง ผู้เล่นมีทางเลือกตามกฎข้อบังคับ โดยทั่วไปจะต้องเสียแต้มปรับโทษ 1 สโตรก และเลือกดรอปลูกตามแนวถอยหลังขนานกับจุดตัดของลูกกอล์ฟ หรือดรอปห่างจากจุดตัดในระยะไม่เกิน 2 ความยาวไม้กอล์ฟที่ไม่ใกล้หลุมเข้าไป หรือเลือกกลับไปตีใหม่จากจุดเดิมก่อนหน้า
การทำความเข้าใจคำศัพท์กอล์ฟทั้ง 100 คำนี้ จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การดูการแข่งขันกอล์ฟให้มีอรรถรสมากขึ้น มองเห็นมิติการวางแผนของผู้เล่นระดับโลก และยังช่วยให้การสื่อสารระหว่างการออกรอบจริงในสนามเป็นไปอย่างลื่นไหล มั่นใจ และเป็นมืออาชีพ
Tags คำศัพท์กอล์ฟ, ศัพท์กอล์ฟ ความหมาย, คำศัพท์ตีกอล์ฟ ภาษาอังกฤษ แปลไทย, แฮนดิแคป พาร์ เบอร์ดี้ คืออะไร, คำศัพท์แคดดี้ในสนามกอล์ฟ, รวมศัพท์กอล์ฟสำหรับมือใหม่, ดิกชันนารีกอล์ฟ, กติกากอล์ฟเบื้องต้น

Golfistathai เป็นนามปากกาของอดีตนักกอล์ฟเยาวชนที่แม้ในวันนี้จะไม่ได้เดินบนเส้นทางนักกอล์ฟอาชีพระดับโลก แต่ความรักและความผูกพันในกีฬานี้ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เราสร้างพื้นที่แห่งนี้ขึ้น เพื่อส่งต่อเรื่องราว แรงบันดาลใจ และความรู้แก่นักกอล์ฟทุกระดับเนื้อหาบน Golfistathai รังสรรค์และกลั่นกรองจากประสบการณ์จริง
